About admin

Here are my most recent posts

เดยัน ลอฟเรน ”ผมมั่นใจหงส์เสมอ”

ต้องนับว่าเป็นข่าวดีในช่วงเวลาฟอร์มห่วยแตกๆของ ลิเวอร์พูล เมื่อ เดจนกระทั่ง ลอฟเรน ด่านข้างหลังจอมเข้มแข็ง ตกลงใจขยายสัญญาอยู่คุมแนวรับให้ ''หงส์แดง'' ไปถึงปี 2021 พร้อมออปชั่นขยายได้อีก 1 ปี แน่ๆว่าการสลัดน้ำหมึกครั้งนี้เจ้าตัวและกายแล้วก็ใจที่จะฝากอนาคตของเขาเอาไว้ในถิ่นแอนฟิลด์ แล้วก็มั่นใจว่ากลุ่มชุดนี้จะสร้างประวัติศาสตร์ที่สาวก ''เดอะ ค็อป'' เผ้าคอยมานาน

ลอฟเรน อยู่กับ ลิเวอร์พูล มาเป็นฤดูที่สามแล้ว หลังจากเซ็นสัญญาย้ายมาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน เมื่อเดือนกรกฎาคม 2014 เขาลงเล่นให้ยอดกลุ่ม "เดอะ เร้ดส์" ไปแล้ว 105 เกมจากการแข่งขันทุกรายการของต้นสังกัด แล้วก็ส่งบอลเข้าไปซุกตูดตาข่ายได้ 4 ลูก

การที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ มี ลอฟเรน คุมเกมรับอาจเกิดเรื่องที่บรรเจิด เนื่องจากนักฟุตบอลปรับพฤติกรรมกับกลุ่มได้แล้ว แล้วก็สามารถยืนเป็นตัวหลักในเกมรับให้ "หงส์แดง" ได้อย่างกล้าแกร่ง ที่สำคัญถ้าพวกเขามีคู่เซนเตอร์แบ็กที่เต็มไปด้วยศักยภาพอีกซักคน มั่นใจว่าแฟนบอลพันธุ์แท้ "เดอะ เร้ดส์" อาจใจชื่นว่าจะไม่เสียประตูง่ายๆเสมือนช่วงที่ผ่านๆมา

"ผมมีความรู้สึกว่านี่เป็นวันที่สุดพิเศษสำหรับผม แล้วก็ครอบครัวของผม ผมมีความรู้สึกว่าผมเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลกสำหรับวันนี้ นี่เป็นอีกหนึ่งความฝันที่เป็นจริง มันเป็นความฝันของผมเสมอที่ได้อยู่กับซักสโมสรให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ผมรักสโมสรที่นี้ ผมรักลิเวอร์พูล"

"หลังจากที่ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นในตอนต้น ถัดมาอีก 2 ฤดูหลังจากนั้นผมมีความรู้สึกว่าผมทำผลงานได้ดีกว่าในซีซั่นแรก สโมสรให้รางวัลกับผม พวกเขาเชื่อถือในตัวผม แล้วก็แฟนบอลก็เช่นเดียวกัน นี่คือสิ่งที่ผมนับถืออย่างยิ่งหลังจากที่ทุกอย่างเกิดขึ้น ผมพึงพอใจกับทุกเรื่อง แล้วก็ผมอยากที่จะอยู่ที่นี่ให้ตายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แล้วก็เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของครอบครัวนี้ในอีกหลายๆปีที่จะมาถึง" ลอฟเรน กล่าว

ลอฟเรน ลงเล่น 28 เกมให้กับ ลิเวอร์พูล ในฤดูกาล 2016-17 ซัดไป 2 ประตู โดยดาวเตะวัย 27 ปี เล่นกันได้อย่างเข้ากันกับ โจเอล มาว่ากล่าวป ซึ่งย้ายมาร่วมทีมช่วงซัมเมอร์ แล้วก็ผลงานเห็นได้ชัดเมื่อแพ้แค่ 1 เกม จาก 15 แมตช์เวลาที่ทั้งสองคนได้เล่นด้วยกัน แล้วก็ช่วยให้กลุ่มยังมีลุ้นติดอันดับท็อปโฟร์

"ผมดีใจที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของกลุ่มนี้ แล้วก็แนวทางเล่นในอนาคต เราเป็นกลุ่มที่มีลำแข้งพรสวรรค์มากมายก่ายกอง พร้อมด้วยผู้เล่นที่สุดพิเศษอีกผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อย แล้วก็ผู้จัดการกลุ่มที่สุดยอด สโมสรนี่มันช่างแสนแปลกประหลาด แล้วก็แฟนบอลก็พร้อมที่จะสนับสนุนเราเสมอแม้ในวันที่เลวทรามก็ตาม ซึ่งโน่นเป็นเรื่องสำคัญมากมาย แน่ๆว่าผมตื่นเต้นกับอนาคตของกลุ่มจริงๆ" ลอฟเรน กำหนด

การต่อสัญญาระยะยาวซึ่งก็กล่าวได้ว่า กองหลังโครแอต มีความเอาจริงเอาจังอย่างแรงกล้าที่จะนำความสำเร็จสู่ถิ่นแอนฟิลด์ โดยเฉพาะกับแชมป์ลีกที่ห่างหายจากอ้อมอกของพวกเขาไปนานกว่า 26 ปี แล้ว "ใช่ เรามิได้อยู่ที่นี่เพื่อแค่ลงเล่น แล้วก็อยู่แค่กึ่งกลางตาราง ด้วยเหตุว่าประสิทธิภาพของกลุ่ม กับการมีผู้จัดการกลุ่มชั้นเยี่ยมซึ่งครองแชมป์ดูเหมือนจะทุกรายการกับ ดอร์ทมุนด์"

"ในฤดูกาลหน้า เราจะเพียรพยายามที่จะมีลุ้นแชมป์อีกครั้ง แต่ว่าอย่างแรกก็คือการจบซีซั่นนี้ให้ดที่สุด แล้วก็ได้โควตาไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ตอนที่ เจอร์เก้น เข้ามาคุมกลุ่ม เขาเปลี่ยนแปลงผมมากไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่ใช่แค่ผม เขาเปลี่ยนแปลงนักฟุตบอลทุกคนในเรื่องภาวะจิตใจ การทำงานหนักในสนาม"

"การฝึกซ้อม แล้วก็เขายังทำให้ที่นี่มองสดใหม่ด้วยเหตุว่ามันแค่ปีครึ่งเพียงแค่นั้น แต่ว่าทุกๆคนเห็นว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พร้อมด้วยแนวความคิดแล้วก็แนวทางเล่นของเขา แล้วก็กับสโมสรที่นี้ มันสามารถมีสิ่งดีๆเยอะมากมายก่ายกองที่จะเกิดขึ้นที่นี่ได้"

ช่วงโค้งสุดท้ายซีซั่นนี้ ลิเวอร์พูล กำลังขับต้มกับหลายๆกลุ่มเพื่อคว้าสิทธิไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก โดย ลอฟเรน แน่ใจว่าเมื่อจบฤดูพวกเขาจะประพฤติตามแผนการที่ตั้งเอาไว้ "ผมอาจโง่มากๆหากผมบอกว่าเราไม่เชื่อสิ่งนี้ เราเริ่มต้นซีซั่นอย่างกล้าแกร่ง แล้วก็เชื่อถือตั้งแต่วันแรกในช่วงปรีซีซั่น แล้วก็เรายังคงเชื่ออยู่เสมอ"

"โชคร้ายที่เรามีนักเตะสำคัญๆบางคนเจ็บ มันเป็นตอนเวลาที่โชคไม่เข้าข้างเลย แต่ว่าเราก็ยังมีขุมกำลังที่ใหญ่พร้อมด้วยดาวรุ่งพรสวรรค์ แน่ๆว่าเราพร้อมสู้ในอีก 4 เกมในที่สุดเพื่อเก็บ 12 คะแนนเต็มให้ได้ ผมเชื่อมาตลอด แล้วก็ผมเชื่อถือในกลุ่มชุดนี้ เชื่อมาตลอดทุกๆซีซั่นว่าเราทำเป็น"

"นี่เป็นตอนเวลาที่สำคัญมากๆผมมีความรู้สึกว่าเราสมควรที่จะทำเป็นเมื่อจบฤดู ด้วยเหตุว่าเราทำเป็นดีเยี่ยมแค่ไหนตลอดทั้งซีซั่น ผมแน่ใจว่าเราจะได้มองเห็นตัวเราได้เข้าไปเล่นในแชมเปี้ยนส์ ลีก"

ลอฟเรน มีความทรงจำมากมายก่ายกองกับเกมฟุตบอลถ้วยยุโรปร่วมกับ ลิเวอร์พูลfun888นับจากที่ย้ายมาจากเซาธ์แฮมป์ตัน โดยเขายังจำความรู้สึกที่โหม่งประตูสำคัญในช่วงทดเจ็บเกมกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ต่อหน้าต่อตาสาวก เดอะ ค็อป รวมไปถึงการต้องแพ้ เซบีคุณย่า ในนัดชิงแชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก

"นี่คือเหตุผลที่ว่าเพราะเหตุไรผมถึงอยากมาอยู่ที่นี่ นี่เป็นสิ่งที่เป็นไปได้กับ ลิเวอร์พูล กับช่วงเวลาแบบนั้น คุณเป็นไปไม่ได้ลืมช่วงเวลาพวกนั้นได้เลย พวกเขาจะจดจำเอาไว้ในหน้าประวัติศาสตร์สโมสรตลอดไป แฟนบอล,ผู้คน แล้วก็ทุกคนจะจดจำสถานะการณ์นั้นได้ มันไม่ใช่แค่เกมนั้น ผมอยากจดจำในานะนักฟุตบอลซึ่งทำทุกสิ่งทุกอย่างในสนามในการสู้เพื่อสโมสรที่นี้" ด่านเหล็ก กล่าวตบท้าย

ไม่เป็นกลาง

คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ของเขาแรงจริงๆครับ 

ไม่ใช่เพียงแค่ลมแรงลอยละลิ่วสะบัดทั้งก่อน-ระหว่าง-หลังแข่ง ถ้าหากแต่ว่าเหมาสรุปความซึ่งก็คือกลุ่มกองเชียร์ส่งเสียงเชียร์แรงก้องกังวานทั่วตัวสนาม

ป้ายผ้าผืนใหญ่ประกาศศักดา ''CHAMPIONS OF ENGLAND'' บทเพลง ''CAMPEONES'' ช่วยสร้างแรงผลักดันชั้นยอด หวังให้นักฟุตบอลปลดล็อกคว้าชัยฤดูใหม่ให้ได้เสียที

โชคร้ายแทนเหล่ากองเชียร์ ''เดอะ ฟ็อกซ์ส'' ที่สุดด้านหลังแล้วทีมรักพวกเขาได้ผลเสมอ 0-0 ถึงแม้ว่าคู่ควรจะได้รับชัยจากจุดโทษช่วงนาทีท้ายที่สุด

เหตุกำเนิดเมื่อ อาเหม็ด มูซ่า ดาวยิงสำรอง ผู้ครอบครองค่าจ้างสถิติสมาคม ล้มลงในจุดโทษขณะโดน เอคโคนร์ เบเยริน เข้าปะทะ ทว่าไม่มีลมเป่านกหวีดสนองตอบใดๆก็ตามจากท่านเปา มาร์ค แคล็ทโก้เก๋นเบิร์ก

ชอตนี้มันกระจ่างยิ่งกว่าครึ่งเวลาแรกที่ ดินแดนนี่ ดริงค์วอเตอร์ โดนสอยล้มซะอีก เพราะเหตุว่าภาพรีเพลย์นั้นชี้ว่า โลร็องต์ กอสสิแอลนี่ โดนบอลก่อน

ไม่ถูกกับจังหวะปัญหาข้างต้น ให้ก็ได้ไม่น่าชิงชังอะไร

กระนั้น เคลาดิโอ รานิเอรี่ ผู้จัดการทีมชาวอิตาเลียน มิได้ร้อนใจในเรื่องนั้น บอกเพียงแค่ว่าหากผู้ตัดสินไม่ให้ก็คือมิได้

ขอเลือกชื่นชมผลงานในสนามที่มีพัฒนาการดีมากยิ่งกว่าแมตช์เปิดม่านที่แพ้ แม้ได้เพียงแค่แต้มเดียวในบ้าน แต่ว่าโดยรวมแล้วโอเค ในแง่ที่ครองบอลด้อยกว่าทีมเยือน

อีกเรื่องเก็บตกบทสัมภาษณ์ที่ถามกันมาก เป็นลักษณะของ น็องขว้างลีส เมนดี้ มิดฟิลด์หน้าใหม่ที่ข้อเท้าพลิกผิดจังหวะขณะเข้าพบบอลจนจำเป็นต้องออกไปพยาบาลเบื้องต้น กลับลงมาใหม่ก็สู้ต่อไม่ไหว โดนเปลี่ยนออกพร้อมเสียงปรบมืออื้ออึงระหว่างถูกพยุงลงอุโมงค์ห้องแต่งตัว

รานิเอรี่บอกเพียงแค่ว่ากองกลางเลือดน้ำหอมถูกบล็อกข้อเท้าเอาไว้อยู่ จำเป็นต้องรอเช็กผลสแกนอีกครั้งภายในเวลาอาทิตย์ข้างหน้า

แต่ว่าหากถามความเห็นจากผม บอกได้เลยว่าหากหายกลับมาอย่าเอาพอดีจริงดีมากยิ่งกว่า

เมนดี้ย้ายมาพร้อมฉายา ''ร่างทรงเอ็นโกโล่ ก็องเต้'' (นิยามโดย ''เจ.บาร์ท'' ผู้เชี่ยยวชาญลีก เอิง ประจำแท็บลอยด์ ''สปอร์ตแมน'') แต่ว่าเอาเข้าจริงมิได้ใกล้เคียงเลยสักกระผีกเดียว ไม่ว่าหัวข้อการเข้าปะทะหรือไปกับบอล

คล้ายคลึงกันเพียงแค่ความสูง แถมเพิ่มเติมอีกน้ำหนักมาในทรงตุ้ยนุ้ยน่ารักน่าชัง

''จะเอาอะไรไปวิ่งทันวะ?'' นายซันเดย์ คนข่าวสารคนดูแลร่วมรุ่นยังเสนอความเห็นแบบงั้นระหว่างเปลี่ยนความเห็นกันในเกม (ฮ่า)

อย่างที่ผมย้ำแล้วย้ำอีก การขาดหายไปของก็องเต้ ทิ้งรอยต่อขนาดใหญ่ไว้กับทีมจิ้งจอก ก่อให้เกิดผลกระทบชิ่งไปดูเหมือนจะทุกจุดบนพื้นสนาม

แผงหลังไม่มีตัวสกรีนชั้นเลิศ ยังดีที่นัดหมายนี้ได้ โรเบิร์ต ฮูธ พ้นโทษแบนและยังคงเข้าขารู้ใจกับ เวส มอร์แกน

แนวรุกก็ขาดตัวจ่ายฉมังจำเป็นต้องลงมาล้วงบอลเอง กว่าจะตีรถยนต์ขึ้นหน้าก็โดนตั้งด่านรอเข้าให้แล้ว

นั่นเลยช่วยตอบโจทย์ว่าเพราะเหตุใดทั้ง ดริงค์วอเตอร์, มาร์ค อัลไบรท์ตัน หรือจนกระทั่ง 2 ฟูลแบ็กอปิ้ง ดินแดนนี่ ซิมพ์สัน หรือ คริสเตียน ฟุคส์ ถึงได้ถูกลักพาฟอร์มดีๆเมื่อซีซั่นก่อนไปไวเหลือเกิน

เจมี่ วาร์ดี้ และ ริยาด ม่าห์เรซ ก็เช่นเดียวกัน

ดูโอตัวเด่นเลสเตอร์เกือบๆจะได้ย้ายไปสวมเสื้อปืนใหญ่ในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ว่าท้ายที่สุดก็เลือกฝากอนาคตต่อสัญญาฉบับใหม่

ไม่ว่าแฟนบอลหรือเจ้าตัวเองย่อมมั่นหมายจะส่องตาข่ายทีมที่เคยกลายเป็นข่าวสารเพื่อเรียกขวัญแรงใจ แต่ว่าก็เหมือนที่เห็นกัน ทั้งคู่ดูขาดความเชื่อมั่นในตนเองในเวลาเข้าทำ

ล่วงเลยไป 2 แมตช์ พอๆกับว่าเลสเตอร์ได้ประตูเดียวเท่านั้นจากลูกจุดโทษ นั่นมันไม่ใช่เรื่องดีเลยบนเส้นทางระยะยาว

วิพากษ์เจ้าบ้านมามากแล้ว วกเข้าเรื่องทีมเยือนกันมั่ง

อาร์แซน เวนเกอร์ เสนอความเห็นตอนนั่งโต๊ะสัมภาษณ์ไว้ว่าทีมของเขาขาดความเด็ดขาดไป แต่ว่าความจริงมันไม่ใช่แค่นั้น

แผงมิดฟิลด์ที่เป็นจุดขายมานานได้มีขึ้นรอยต่อ ซึ่งที่ปรึกษาเฟร้นช์แมนเองนั่นล่ะที่เจตนาทำให้เป็น

ปัญหาเจ็บของ อารอน แรมซี่ย์ และ อเล็กซ์ อิโวบี้ คาดคั้นให้เวนเกอร์จำเป็นต้องปรับหมากส่ง ซานตำหนิ กาซอร์ล่า กับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ลงเล่นแทนตามลำดับ

ในขณะ โมฮาเหม็ด เอลเนนี่ โชว์ฟอร์มไม่ดีเกมแพ้ลิเวอร์พูลคาบ้าน ก็เลยถูกถอดออกให้สมาชิกใหม่ กรานิต ชาค้าง ทิ่มแทนเข้าคู่ ฟร็องสิส โกเกอแล็ง

จาก 3 รายที่ว่ามานั้นเป็น ชาคาที่ปฏิบัติตัวน่าผิดหวังสุด ในชื่อยอดกองกลางแห่งบุนเดสลีกาพกค่าจ้างใช่ย่อย 30 กว่าล้านปอนด์ ยังไม่ตอบโจทย์ด้านใดออกมากระจ่าง

จะเล่นหนักๆสายขยันก็ไม่มีความเร็ว ให้วางบอลยาว-สั้นกลับไม่ฉมัง เบื้องต้นผมไม่ให้ผ่าน

แต่ว่าของยังงี้จำเป็นต้องดูกันยาวๆและให้ความเป็นธรรมเรื่องเวลาปรับพฤติกรรมด้วย อย่าง โกเกอแล็ง กว่าจะก้าวหน้าทุกๆวันนี้ก็เคยเกือบหมดอนาคต ทำได้เพียงแค่ย้ายยืมตัวเล่นลีกข้างล่างๆ

อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงหลังแพ้นัดแรกเป็นการทยอยคืนทีมของเหล่าสตาร์ตัวความคาดหวัง

กอสสิแอลนี่ควรต้องถูกเข็นลงพร้อมสวมปลอกสำหรับใส่แขนกัปตันทีม ลงเล่นเซนเตอร์แบ็กพยุงเจ้าหนูร็อบ โฮลดิ้ง หลังจากพากันออกทะเลไปกับ ค้างลั่ม แชมเบอร์ส

พูดถึงแชมเบอร์สแล้วจัดว่าอนาคตน่าเป็นห่วงมาก เมื่อโดนรุ่นน้องที่มาใหม่อย่าง โฮลดิ้งแซงหน้าตัวเลือกแนวรับไปเป็นระเบียบเรียบร้อย

อายุอานามก็เริ่มจะพ้นสถานะดาวรุ่งเต็มทน นี่เป็นเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อที่เจ้าตัวจำเป็นต้องเลือกดีๆถ้าหากไม่ต้องการที่จะอยากลงเอยเจริญรอยตามรุ่นพี่ที่เกิดไม่สุดอย่าง ธีโอ วัลค็อตต์ หรือ แจ็ค วิลเชียร์

ยังมีทั้ง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ และ เมซุต โอสิล ที่ลงมาโชว์ตัวช่วงหลัง และจากภาวะที่เห็นหัวหอกประเทศฝรั่งเศสยังไม่ฟิตจริงๆแต่ว่าในรายผู้นำกองทัพเยอรมันผมว่าพร้อมในระดับหนึ่ง

แล้วเพราะเหตุใด เวนเกอร์ก็เลยไม่กล้าให้สตาร์ตตัวจริงไปเลย?

ชาค้างปรับพฤติกรรมยังมิได้ก็ให้นั่งไปก่อน หุบเอากาซอร์ล่าลงตัดเกมคู่โกเกอแล็ง แล้วให้โอสิลปั้นเกมอยู่หลัง อเล็กสิส ซานเชซ ก็ได้นี่

จำเป็นต้องยึดคติ ''อดเปรี้ยวไว้กินหวาน'' ไปถึงเมื่อใด?

เหตุการณ์ในตอนนี้ยังไม่เลวร้ายพอเพียงหรือเช่นไร?

ทั้งสิ้นที่ว่ามาก็หลีกเลี่ยงไม่พ้นที่จะวกเข้าเรื่องเสริมทัพในตลาดซัมเมอร์

เวนเกอร์ยังหลีกเลี่ยงจะตอบคำถามผู้สื่อข่าวเรื่องดังที่กล่าวมาข้างต้น พลางบ่ายเบี่ยงต้องการให้ถามผลงานในสนามมากยิ่งกว่า

ถึงแม้ว่ามันเป็นคนละเรื่องเดียวกัน

ก็เห็นๆกันอยู่ว่าปัญหาอยู่ที่ไหน ในแนวรับขาดตัวเลือก เกมรุกไม่คม ก็มองไม่เห็นจะนำพาอะไรในตอนนี้

ประวิงเวลาผ่านพ้นมาเหมือนที่ผมจ่อไมค์ไปสัมภาษณ์แฟนบอลกูนเนอร์สรุ่นใหญ่หน้าสนามก่อนแข่ง

ผมถามเรื่องเซ็นสัญญาควรเป็นตำแหน่งไหน หรือคนใดดี–ลุง (คำนวณหน้าตาคงจะแก่กว่าบิดาผู้เสียชีวิตของผม) เอ็งตอบว่าใจความสำคัญมันอยู่ที่เรื่องเวลาและความเหมาะสมนะหลานเอ๊ย

เปิดตลาดมาตั้งแต่กรกฎาคมมัวร้องรออะไรอยู่ ตัวดีๆก็แห่กันย้ายไปสิ พูดจาเอาในตอนนี้ก็เสียเวล่ำเวลาไปอีก

อืมมม…นะ ขนาดกองเชียร์ยังอ่านขาด แล้วนายใหญ่มาดละเมียดละไมมัวไปทำอะไรอยู่?

ผลสรุปผลเสมอที่สนามคิง เพาเวอร์–ตัดจังหวะควรได้จุดโทษออกไป จัดว่าสมน้ำสมเนื้อแก่การแบ่งแต้มกันไประหว่างสองทีมที่ไม่เป็นกลาง

''ไม่เป็นกลาง'' ในความหมายของผมเป็น กองกลางแต่ละทีมเล่นกันไม่เป็นกองกึ่งกลางเอาซะเลย (ได้โปรดอย่างง HAHA)

ถ้าหากแต่ว่าบนความ ''ไม่เป็นกลาง'' ของจริงดังที่ผมคิดอ่าน ถ้าหากเลสเตอร์และอาร์เซน่อลไม่ปรับแก้อะไรสักอย่าง

อาจยากจะเข้าป้ายแชมป์ และรองแชมป์เก่าอย่างฤดูก่อนแน่นอน

จอห์น เทอรี่ กับทีมใด

อาจจะรับทราบกันเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้วว่า จอห์น เทอร์รี่ จะเปลี่ยนเป็น ''อดีต'' สำหรับสมาพันธ์เชลซีนับจากเริ่มต้นฤดู 2017-18 เป็นต้นไป
กระนั้นปัญหาที่ตามมาคือ (ว่าที่) อดีตกัปตันสิงโตสีน้ำเงินครามจะย้ายไปไหนดีล่ะ?
ความจริง "เจคราว" น่าจะอำลารั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์ ไปตั้งแต่ตอนหมดซีซั่นที่แล้ว ก่อนได้ยืดอายุใช้งานเพิ่มเติมอีกปีโดยนายใหม่อย่าง อันโตนิโอ คอนเต้
ที่สุดทุกสิ่งทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตามที่คาดเอาไว้ เทอร์รี่ ได้ลงในสนามเพียง 5 นัดหมายเท่านั้นในพรีเมียร์ลีกฤดูตอนนี้ รวมทั้งเมื่อยังเหลือความต้องการอยากในวัย 36 ก็ควรต้องหาที่ลงกับต้นสังกัดใหม่
อ็อปชั่นที่มองเข้าท่าราวกับจะมีอยู่ 6 ทางร่วมกัน

"ไชนีส ซูเปอร์ลีก" เปลี่ยนเป็นชื่อแรกๆที่ติดหัวติดตาคอบอลทุกคนไปโดยปริยายเมื่อมีเรื่องราวย้ายสังกัด
เทอร์รี่ ก็เหมือนกัน
ทางการสาธารณรัฐประชาชนจีนเพียรพยายามทุกแนวทางเพื่อสร้างฐานะเป็นขั้วอำนาจลูกหนัง เกมกีฬาเดียวก็ว่าถึงที่กะไว้พวกเขายังอ่อนด้อยในเวทีสุดยอด ด้วยเหตุดังกล่าวจำนวนเงินเป็นอย่างมากก็เลยหลั่งไหลอยู่ในลีกพวกเขา
มิใช่แค่ดึงนักฟุตบอลบันปลายอาชีพมาเรียกกระแส แม้แต่ว่ายังสามารถดึงตัวท็อปในช่วงวัยพีคๆมาได้หลายต่อหลายรายแล้ว
คาร์ลอส เตเวซ, เอเซเกล ลาเวซซี่, ฮัล์ค คือตัวอย่างเรียกน้ำย่อย แต่ละคนฟันค่าจ้างติดอันดับต้นๆและไม่ต้องสงสัยว่าอดีตเซนเตอร์แบ็กทีมชาติอังกฤษก็มีสิทธิ์สะกดรอย
ที่ผ่านมาบรรดาทีมเงินถังแดนมังกรเน้นเซ็นสัญญาเสริมทัพไปกับผู้เล่นตัวรุกหรือกองกลาง การมาของ เทอร์รี่ ก็เลยนับว่าเปิดตลาดใหม่ให้กองหลังบิ๊กเนมย้ายผ่านทวีปตามมา
เหนือสิ่งอื่นใด สมาพันธ์ไหนได้ลายเซ็นเจคราวไปก็ตระเตรียมคอยรับรายได้เพิ่มทั้งจากวิธีขายเสื้อ, ประชาสัมพันธ์ รวมทั้งหนทางลงทุนต่างๆอีกเพียบเลยด้วย!
ทีมที่เข้าข่ายน่าสนใจสุดอาจจะจะต้องเป็น เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ภายใต้บังเหียนของ อันเดร วิลลาช-โบอาช อดีตเจ้านาย รวมทั้งมี ออสการ์ เพื่อนพ้องร่วมทีมเก่าสังกัดอยู่ก่อนอีกต่างหาก
อย่างไรก็ตาม มันมีข้อขัดข้องอยู่ตรงกฎของซูเปอร์ลีกบังคับให้ใช้งานนักฟุตบอลต่างชาติได้แค่ 3 คนภายในแต่ละแมตช์ (เป็นเหตุผลที่ซื้อกันแต่ว่ามิดฟิลด์-กองหน้า) เลยจะต้องรับประกันให้ได้ว่าย้ายไปแล้วรับประกันตัวจริง

ผ่านน้ำผ่านทะเลไปยังอีกซีกโลกมี "เมเจอร์ลีก" รออยู่ในชื่อแลนด์มาร์กยอดฮิตสำหรับลำแข้งสูงวัยแดนผู้ดี

เดวิด เบ็คแฮม คือผู้นำเทรนด์ ย้ายจากเรอัล มาดริดมาเข้ากลุ่มแอลเอ เอ็งแล็กซี่ เมื่อทศวรรษที่แล้ว ตามสมทบด้วย สตีเว่น เจอร์ราร์ด รวมทั้ง แฟร้งค์ แลมพาร์ด ซึ่งต่างก็พึ่งทยอยกันแขวนสตั๊ด

ลีกมะกันตอบโจทย์ค่าจ้างของ เจคราว ได้ไม่มีปัญหา ตามกฎ "ดีซิกข์เนเต็ด เพลเยอร์" อนุญาตให้มีนักเตะค่าจ้างเกินเพดานทีมละ 2 คน ไหนจะใจความสำคัญไลฟ์สไตล์ สีสันนอกสนาม เปรียบเทียบมุมไหนดีแล้วกว่าไปเมืองจีน
ณ เดี๋ยวนี้ มีอยู่ 3 ทีมที่เหลือช่องว่างรองรับ เป็นต้นว่า โคโลราโด ราปิดส์, ฮุสตัน ไดนาโม รวมทั้ง ฟิลาเดลเฟีย ยูเนี่ยน

ก็เป็นไปได้เช่นกันที่จะย้ายมาขุดทองคำสะกดรอยอดีตเพื่อนพ้องร่วมทีมชาติอังกฤษ ก่อนประกาศแขวนเกือกในอท้องนาตอันใกล้
บางเวลา "เซเรีย อา" ก็นับเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจไม่เบา ตามทรงบอลซึ่งว่ากันว่า "ช้า" ที่สุดในกลุ่มลีกท็อปยุโรป อีกทั้งเน้นแท็กติกเกมรับน่าจะเข้าทางสำหรับFun88เทอร์รี่ ในช่วงปลายอาชีพแบบนี้

เอซี มิลาน รวมทั้งอินเตอร์ มิลาน 2 ยักษ์หลับร่วมเมืองคืออ็อปชั่นเหมาะสุด วิน-วินทั้ง 2 ข้าง นักฟุตบอลได้เกมเป็นประจำ ฝั่งต้นสังกัดได้ตัวประสบการณ์คอยเป็นต้นแบบให้แก่กองหลังอายุน้อยในทีม

เชิงชั้นอ่านเกมของ เจคราว น่าจะชนะใจแฟนบอลไม่ยาก แม้แต่ว่าอุปสรรคนั้นอยู่ที่ค่่าจ้างแพงใช่ย่อยกับลำแข้งวัยเกินหลักสาม ทุกๆวันนี้ทีมมันไม่ได้อู้ฟู่เหมือนแต่ก่อนอีกต่อไป

ต่อเมื่อ "ต่างประเทศ" ไม่ใช่จุดมุ่งหมาย แล้วจะย้ายไปไหนดี?
อัพเดตอัตราพูลบริษัทแทงพนันถูกตามกฎหมาย (เป็นวิทยาทาน หาใช่ชี้นำไม่) ส่วนมากยกให้บอร์นมัธนั่งแท่น "เต็งหนึ่ง"

ทีมเล็กๆแดนใต้ในปริมาตรสนามเพียง 11,464 ที่่นั่งเนี่ยนะ?

ดูซิคุณผู้ชม…ทุกสิ่งทุกอย่างมันมีเหตุผลในตัวมันเอง

ย้อนไปไม่ไกลช่วงเปิดตลาดฤดูหนาวเมื่อเดือนมกราคม บอร์นมัธได้ตกเป็นข่าวสารโยงกับ เจคราว มาก่อนแล้วรอบหนึ่ง

อีกเหตุผลส่งเสริมคือตัวของที่ปรึกษา เอ็ดดี้ ฮาว อายุยังน้อยแต่ว่าสั่งสมบารมีดีพอใช้ สามารถชักชวน "บิ๊กเนม" อย่าง แจ็ค วิลเชียร์ หรือจนกระทั่ง มักซ์ กราแดล ซึ่งคราวหนึ่งเนื้อหอมหลายสโมสรุมตอมก็ด้วย

นอกจาก เซนเตอร์แบ็กยังเป็นตำแหน่งที่ทีมเชอร์รี่ส์ควรต้องเสริม รับประกันแน่นอนว่าย้ายไปได้เล่นแน่ รวมทั้งยังช่วยยกฐานะสมาพันธ์อีกขั้นในด้านการตลาดนอกสนาม

ขยับมา "เต็งสอง" เชิญชวนเซอร์ไพรส์ไม่แพ้กันในชื่อของเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน

ซีซั่นนี้ "เดอะ แบ็กกี้ส์" ถูกกล่าวขาานในด้านบวกมากกว่าลบ หลังจาก โทนี่ พูลิส ทำทีมบินมากถึงชั้น 7 อยู่พักใหญ่

จนกระทั่งระยะหลังๆชักแผ่วๆปลายอันเป็นปัญหาประจำเป็นประจำของสมาพันธ์กลางๆลุ้นตั๋วยุโรปก็ไม่ใช่ หนีตกชั้นก็ไม่เชิง

แต่ว่าเมื่อมีการเปลี่ยนมือเจ้าของสมาพันธ์ในซัมเมอร์ปีที่แล้วได้มาพร้อมเป้าหมายทะเยอทะยานกว่าเดิม

เคสเจคราว-แบ็กกี้ส์ก็คล้ายกับลีกจีน เนื่องมาจากเจ้าของใหม่เวสต์บรอมวิชก็คือ กว๋อเชิญชวน ไหล เจ้าสัวแดนมังกรนั่นเอง!

กรรมวิธีไต่เต้าอย่างรวดเร็วที่สุดย่อมหนีไม่พ้นเซ็นสัญญานักฟุตบอลบิ๊กเนมช่วยสร้างเสริมราคาการตลาด รวมทั้งความโด่งดังในเวทีโลก

เปรียบให้เห็นตรงกันก็ราวกับเชลซีสมัย 1990 ได้ตัว รุด กุลลิต, จานลูก้า วิอัลลี่ รวมทั้ง จานฟรังเก๋ โซล่า เข้ามาสร้างกระแส เสมือนจุดเริ่มอาณาจักรการบรรลุผลในทุกวันนี้

สถานภาพเวสต์บรอมวิชยังไปไม่ถึงขั้นนั้น แต่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ในแวดวงฟุตบอล

20 ปีที่แล้วคนใดกันแน่ฟันธงว่าเชลซี, แมนฯ ซิตี้ จะยิ่งใหญ่อาจจะถูกกล่าวหาบ้าไม่ก็เพี้ยน!

ก่อนเริ่มต้นฤดู 2015-16 คนใดกันแน่กล้าเชื่อถือเลสเตอร์ ซิตี้ ผงาดแชมป์ลีก?

อีกอย่างที่ดีลซบแบ็กกี้ส์มีแววเป็นจริงคือการได้ร่วมงานกับ พูลิส โค้ชผู้เน้นพื้นฐานเกมรับ รวมทั้งประทับใจร่วมงานลำแข้งสูงวัยมีท่าทางผู้นำ

เจคราว พกคุณลักษณะทุกสิ่งทุกอย่างตรงสเป็กเลย!

ในกลุ่มทีมเต็งมีอีกชื่อสะดุดตาขึ้นมากับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด

สังเกตกันมั้ยครับว่า เทอร์รี่ มักแฟนบอลขุนค้อนโห่ใส่่ อาจไม่เท่า แฟร้งค์ แลมพาร์ด ในฐานที่รู้เรื่อง แต่ว่าก็น่าสงสัยว่าเพราะเหตุใด?

เรื่องของเรื่องคือกองเชียร์แฮมเมอร์สส่วนใหญ่ยังคงผูกใจแค้นที่เจ้าตัวชิ่งทีมเยาวชนเวสต์แฮมไปเชลซีตั้งแต่อายุแค่ 14 ขวบ

อย่างไรก็แล้วแต่ กำแพงหลังวัย 36 น่าจะเป็นกำลังเสริมที่ตรงประเด็นสำหรับเวสต์แฮม ทีมที่พกปัญหาหลังรั่วมาตลอดซีซั่นตอนนี้

แม้กระทั่งมีตัวดีกรีทีมชาติทั้ง โชเซ่ ฟอนเต้, วินสตัน รีด, อันเจโล่ อ็อกบอนน่า หรือ เจมส์ คอลลินส์ ก็ไม่ช่วยอะไร รวมทั้งชัดแจ้งว่า เจคราว เหนือกว่าทุกรายนามที่เอ่ยมา

เดวิด โกลด์ รวมทั้ง เดวิด ซัลลิแวน เจ้าของร่วมของเวสต์แฮม เพียรพยายามยกฐานะสมาพันธ์ให้สมกับสนามใหม่ใหญ่มโหฬารโอ่อ่า การเซ็นสัญญา เทอร์รี่ ก็เลยนับว่าน่าสนใจทีเดียว

เหนือสิ่งอื่นใดย้ายมาเวสต์แฮมยิ่งสะดวกแก่สมาชิกในครอบครัว ไม่ต้องย้ายบ้านย้ายที่อยู่ฐานเสียเวล่ำเวลาปรับตัวอีก

มีเรื่องผูกใจแค้นกับแฟนบอล แต่ว่าของแบบนี้มันเปลี่ยนกันได้ เมื่อไม่นานเวสต์แฮมมีข่าวสารโยงกับ เจอร์เมน เดโฟ มองเห็นดี๊ด๊ากันใหญ่ พร้อมให้อภัยรวมทั้งลืมคดีที่เคยทิ้งทีมหลังตกชั้นปี 2004

สถานีต่อไปของเฮียหลา?

ถึงที่นาทีนี้ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ยิงให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ไปแล้วทั้งหมด 26 ประตู จากการลงเล่นทั้งผอง 41 นัดหมายในทุกรายการ โดยแบ่งเป็นการถล่มตาข่ายในพรีเมียร์ลีก 15 ประตู
อืมมมมม…ทำลายตาข่ายเสียจนกระทั่งสิ้นซากขนาดนี้ ถือว่ามากไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับกองหน้าที่แก่ 35 ขวบเข้าให้แล้ว
ก่อนเปิดฤดูกาล ดาวยิงวัยสูงอายุผู้นี้ถูกดูหมิ่นจากนักวิพากษ์วิจารณ์ลูกหนังระดับโปรไลเซ่นว่าจะเจอกับความยุ่งยากที่สุดในอาชีพการค้าหน้าแข้ง เพราะเหตุว่าตรงนี้เป็นพรีเมียร์ลีก – สมรภูมิหน้าแข้งที่มีทั้งความรวดเร็วแล้วก็เอาจริงเอาจังบนอัตราความฮาร์ดคอร์สูงที่สุดในเมืองมนุษย์
ช่วงนี้ใครก็ช่างที่เคยหมิ่นประมาทเขาเอาไว้ดูราวกับว่าโดนสตั๊ดของ "อิบรา" ยัดปากไปเป็นที่เป็นระเบียบเรียบร้อย
ทีนี้ทดลองคิดเล่นๆ(ย้ำว่าคิดเล่นๆครับ) โดยเอาผลที่ได้รับจากการแข่งขันที่เกิดขึ้นแล้วของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ทำประตูสำคัญๆมาหักปริมาณประตูที่เขายิงได้ในแมตช์นั้นออกไป
ทำนองว่าถ้าหาก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ไม่ยิงประตูสำคัญในเกมที่เขายิงได้ ผลที่ได้รับจากการแข่งขันของ แมนฯ ยูไนเต็ด จะออกมาเป็นอย่างไรนับเฉพาะในพรีเมียร์ลีกเสมอ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) เสมอ สวอนซี 1-1 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 3-1) แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1) เสมอ คริสตัล พาเลซ 1-1 (ยิง 1 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-1) เสมอ เวสต์บรอมฯ 0-0 (ยิง 2 ประตู แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 2-0) แพ้ ลิเวอร์พูล 0-1 (ยิง 1 ประตู เสมอ 1-1)
เห็นไหมครับว่าถ้าหากพี่แกไม่ยิงหรือยิงมิได้ คะแนนของทีมสีแดงแห่งแมนเชสเตอร์จะหายวับไปกับตาถึง 10 แต้มเลยทีเดียว!
ส่วนนัดหมายชิง อีเอฟแอล คัพ ที่อดีตกาลดาวยิงทีมชาติสวีเดนทำคนเดียว 2 ดอก แต่แม้พี่แกยิงมิได้ แมนฯ ยูไนเต้ด ก็จะแพ้ เซาธ์หมูแฮมป์ตัน ด้วยสกอร์ 1-2 แล้วก็ชวดแชมป์ไปเลยนี่เป็นจุดสำคัญของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช
เขาเป็นผู้เล่นชนิดห้ามเจ็บป่วย ห้ามพัก แล้วก็ห้ามถูกลักพาตัวไปไหนเด็ดขาด เพราะเหตุว่าเวลาหายไป มิได้ลงสู่สนาม "เด็กผี" จะคิดถึงพี่แกอย่างจงหนัก เฉพาะอย่างยิ่งแม้ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ด้วยล่ะก็ อัตราการนึกถึงจะพุ่งทะยานถึงขั้นล้นจุดแตก ยกตัวอย่างเกมที่แพ้ เชลซี ในศึก เอฟเอ คัพ นัดหมายอย่างไรอย่างไรก็ดี จุดนี้นับว่าเป็นดาบสองคม เพราะเหตุว่าการมัดขาดทำประตูให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่แทบจะผู้เดียวบางทีอาจไม่ใช่เรื่องที่ดีสักเท่าไหร่
นับเฉพาะในพรีเมียร์ลีก "อิบรา" ซ้ำๆได้สูงสุดเป็น 15 ประตู รองลงมาเป็น ฆวน มาต้า 6 ประตู, ปอล ป๊อกบา 4 ประตู, เฮนริค มคิทาร์ยาน, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล แล้วก็มาร์คัส แรชฟอร์ด 3 ประตู ตอนที่ เวย์น รูนี่ย์ พึ่งยิงได้แค่ 2 ประตูเพียงเท่านั้นดูราวกับว่า โชเซ่ มูรินโญ่ จะเกรงใจดาวเตะผู้นี้มากเสียด้วยครับ
เป็นถ้าหากไม่เจ็บ-ไม่แบน เขาจะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงโดยอัตโนมัต นอกจากบางเกมที่ผู้เป็นนายใหญ่อยากให้พักน่องหรืออยากจัดผู้เล่นชุดสองลงสู่สนามบ้างที่สำคัญเป็นถ้าหากได้ลงตัวจริงแล้ว ไม่เคยถูกสลับตัวออกอีกต่างหาก
ต่อให้เล่นไม่ดี-ทำฟอร์มตก หรือประพฤติตนไม่มีประโยชน์ ผู้ครอบครองสมญา "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" จะเป็นไปไม่ได้สลับตัวเขาออกจากสนาม อย่างกับกลัวโดนกระทืบ!
เกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้แค่เสมอกับ บอร์นมัธ 0-0 ในบ้านตนเอง ดาวเตะที่เพื่อนฝูงร่วมทีมเรียกสั้นๆว่า "เฮียหลา" โชว์ฟอร์มได้แย่สิ้นดีครับ ขนาดสังหารจุดโทษยังโดนเซฟเลย ประชาชนก็มองเห็นกันทั้งบางว่าเล่นไม่ได้เรื่อง แต่ "มูมู่" กลับปลดปล่อยให้ท่านพี่เขาประพฤติตนไร้ประโยชน์บนฟลอร์ต้นหญ้าจนกระทั่งครบ 90 นาที โดยเลือกถอดบุคคลอื่นออกแทนซะแบบนั้น
รู้เรื่องว่าทั้งคู่น่าจะทำข้อตกลงกันเอาไว้ หรือไม่ก็เพราะเหตุว่าความเกรงอกเกรงใจ แม้คำว่า "เกรงใจ" จะไม่ใส่อยู่ในพจนานุกรมภาษาอังกฤษแล้วก็พจนานุกรมส่วนตัวของ โชเซ่ มูรินโญ่ ก็ตาม
เป็นได้ที่ภายหลังจากหมดสัญญากับ เปแอสเช "อิบรา" บางทีอาจไม่ได้คิดต้องการจะขายวิญญาณให้ภูติผีปีศาจแดงตั้งแต่แรก แต่เป็นเพราะเหตุว่าถูกนายจ้างเก่าอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ วิงวอน หรือบางทีอาจเคยมีบุญคุณกันมาก่อน เจ้าตัวเลยยอมเลื้อยก้นมาอยู่ด้วยกันที่โรงแสดงละครแห่งความฝัน
โน่นบางทีอาจเป็นเหตุผลที่พูดว่าเพราะอะไร กุนซือวัย 54 กะรัตถึงเกรงใจผู้ร่วมทีมคนนี้เป็นพิเศษ โดยส่งลงเป็นตัวจริงทุกนัดหมาย แถมไม่เคยถูกสลับตัวออก เพื่อเป็นการทดแทนถ้าหากเป็นลูกก็นับว่าเป็นลูกคนโปรดที่ถูกตามใจจนกระทั่งติดจนเป็นนิสัยเลยทีเดียว
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช จึงไม่ได้ต่างอะไรจาก "สิทธิพิเศษชน" ในทีมภูติผีปีศาจสามง่าม ซึ่งถือว่าผิดหลักการปกครองอย่างรุนแรง เนื่องมาจากบางทีอาจก่อเรื่องการรู้สึกน้อยใจขึ้นในทีม
ทั้งที่จริงๆแล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ เป็นผู้จัดการทีมที่มีความเด็ดขาดมากครับ เขาเป็นไปไม่ได้ปลดปล่อยให้ผู้ร่วมทีมยิ่งใหญ่กว่าตนเองอย่างแน่นอน ไม่ว่าดาวเตะคนนั้นจะยิ่งใหญ่มาจากไหนก็ตาม
กาลครั้งหนึ่งยุคเป็นกุนซือของ เชลซี – ผู้ครอบครองทีมอย่าง "อาเสี่ยหมี" อุตส่าห์แออัดยัดเยียดสุดยอดดาวยิงค่าตอบแทน 30 ล้านปอนด์อย่าง อังเดร เชฟศาสนาเชนเก๋ มาให้ โดยมีข้อแม้ว่าจำเป็นต้องส่งลงสู่สนาม แต่ "เชว่า" กลับงัดฟอร์มกระฉูดแตกออกมาไม่เป็นผลสำเร็จจนกระทั่งเปลี่ยนเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวมากพอเป็นเหตุให้ผู้จัดการทีมกับผู้ครอบครองทีมจำเป็นต้องแตกหักกัน
ดาวถล่มตาข่ายของสิงห์บลูส์อย่าง ดิเอเก๋ คอสต้า หรือขาใหญ่ของ เชลซี อย่าง จอห์น เทอร์ปรี่ ก็ด้วยเหมือนกันที่ไม่เคยได้รับสิทธิพิเศษพิเศษจาก โชเซ่ มูรินโญ่ ในที่สุดตนเองเลยโดนผู้ร่วมทีมทรยศจนกระทั่งโดนถีบกระเด็นตกเก้าอี้ผู้จัดการทีมมาแล้ว
แล้วก็โดยไม่เว้นแม้กระทั้งผู้ร่วมทีมในตอนนี้อย่าง ฆวน มาต้า ที่เคยถูกลอยแพออกมาจาก สแตมฟอร์ด บริดจ์ แม้นจะมาหายใจร่วมกันอีกครั้งในเครื่องแบบภูติผีปีศาจแดงแล้วก็ที่นาทีนี้ แต่แม้ดูให้ดี คุณจะพบว่า "เดอะ สเปเชี่ยล ฆวน" เป็นผู้เล่นคนแรกที่มักจะถูก "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" สลับตัวออกเป็นคนแรกอยู่เป็นประจำ
จึงพอจะสรุปได้ว่า "มูมู่" ไม่เคยก้มตัวให้ผู้ร่วมทีมคนไหนกัน นอกจาก "พี่หลา" เพียงคนเดียวที่จัดอยู่ในชนิด "ห้ามแตะต้อง" เป็นกรณีพิเศษ
ผมรู้เรื่อง โชเซ่ มูรินโญ่ ครับ รู้เรื่องว่าเฮียแกคงมีบางสิ่งบางอย่างที่ลึกซึ้งแบบสุดหูรูดกับ "อิบรา" โดยที่ประชาชนทั่วๆไปไม่รู้ หรือครั้งคราวมันบางทีอาจเป็นข้อแม้พิเศษที่กำหนดเอาไว้ในคำสัญญาที่ทำไว้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เป็นไปได้ มันบางทีอาจเป็น "ข้อแม้" ที่ทำให้ดาวเตะผู้นี้ยอมขายวิญญาณให้ภูติผีปีศาจแดงอะไรราวๆนั้น
สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือไม่ใช่ทุกนัดหมายที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช บนวัย 35 ขวบจะระเบิดฟอร์มสุดยอดพลางกระแทกตาข่ายได้ตลอด
บ่อยมากที่เขาหวงบอลมากเกินความจำเป็น บ่อยมากที่เขาทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก แล้วก็บ่อยมากที่ออกอาการอารมณ์เสีย หรือชักสีหน้าใส่เพื่อนฝูงร่วมทีมที่ดันเล่นไม่ถูกจิตใจ
เช่นเดียวกับบางนัดหมายที่สมควรจะเป็นตัวสำรองบ้าง หรือถูกสลับตัวออกบ้างก็ได้ ไม่ใช่ตะบี้ตะบันใช้งานโดยตลอดตลอด 90 นาทีในทุกๆนัดหมาย
ถึงช่วงนี้ "อิบรา" ยังมิได้ต่อสัญญาใหม่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ครับ แถมฤดูกาลหน้าอายุเขาจะมากขึ้นอีก 1 ปี ซึ่งสำหรับกองหน้าวัย 36 ขวบ อย่างไรสภาพร่างกายก็จำเป็นต้องเสื่อมถอยลงไปตามธรรมชาติ จึงเป็นไปไม่ได้รักษามาตรฐาน หรือเล่นดีกว่าเดิมอย่างแน่นอนเท่านั้นยังไม่พอ
มันยังทายใจได้ไม่ยากว่าฤดูกาลหน้าอย่างไร แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ต้องหากองหน้าดาวถล่มประตูตัวใหม่ที่สดกว่ามาเสริมทัพแน่นอน
แม้อยากยืดคำสัญญาออกไปอีก 1 ปี ครั้งคราว "เฮียหลา" บางทีอาจจำเป็นต้องเห็นด้วยเรื่องจริงข้อนี้ เช่นเดียวกับยอมรับสภาพการดำเนินชีวิตบนม้านั่งสำรองเป็นที่สองรองจากบุคคลอื่นปัญหาเป็น ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ในวันที่แก่ 36 จะยอมรับสภาพการเป็นตัวสำรองได้หรือไม่? ผมตอบให้ก็ได้ครับว่า…เป็นไปไม่ได้ ดาวเตะที่ทะนงตัวแล้วก็ทะนงตัวอย่าง "อิบรา" เป็นไปไม่ได้ยอมเป็นที่สองรองคนไหนกัน – มันจึงคงเหลือเพียงแค่ 2 โอกาสแค่นั้น

4 วิธียกระดับหงส์แดงจากหลุม

เหตุการณ์ของลิเวอร์พูลในขณะนั้น ถ้าเกิดเป็นผู้เจ็บป่วยติดเตียง อาการมีแต่ว่าทรงกับทรุด
แพ้ติดอยู่บ้านสองครั้งติดกัน ทั้งๆที่ก่อนโดนสวอนซีบุกคลำคมเมื่อวันเสาร์ หงส์แดงแพรวพราวด์ลี่ พรีเซนต์ ยินดีเสนอผลงานไร้ปราชัยในแอนฟิลด์ ยาวนานผ่านปี
เรื่องจริงวันนี้ไม่ตั้งใจเขียนถึงความแพ้พ่ายที่จบทางไปเวมบลีย์ เพราะไม่มีอะไรแปลกใหม่ จากที่พึ่งจะแพ้ในดาร์บี้แมตช์ของศึก "หงส์สองตัวอยู่สระเดียวกันไม่ได้"
แต่ว่าหัวข้อที่ว่ามันเกิดอะไรขึ้นอยู่กับลิเวอร์พูล จากความมีชัยแค่ครั้งเดียวใน 7 เกมทุกรายการ ตั้งแต่แมื่อออกสตาร์ตศักราชใหม่ แถมเป็นการชนะโรคหืดจับเหนือทีมต่ำดิวิชั่นกว่าจมหูอย่างพลีมัธ ผมรู้สึกว่าทุกคนอาจจะเพียงพอมีคำตอบอยู่บ้างแล้ว
สำคัญกว่านั้นเป็นการระดมความคิดเห็นหาทางออก เพราะในเมื่อเหตุการณ์เลวทรามมาถึงจุดนี้ พบร คล็อปป์ ควรถึงเวลาลงมือกระทำอะไรหรือยัง เพื่อเปลี่ยน รวมทั้งผลักทีมให้กลับขึ้นมาผงาดอีกทีผมเก็บมาเป็นข้อๆเท่าที่เพียงพอนึกได้ในห้วงยังเซ็งเป็ด เอ๊ย เซ็งหงส์
1. ฉีกแบบอย่างการเล่นทั้งระบบ สไตล์ รวมทั้งกรรมวิธีให้ไม่เหมือนกับแพทเทิร์นเดิมๆซ้ำๆในระหว่างที่ยังมี ซาดิโอ มาเน่ ในสนาม
เพราะจนกระทั่งขณะนี้ ผลงานชนะพลีมัธ แค่ทีมเดียวจาก 7 นัดหมาย รวมทั้งจะต้องใช้ช่องทางถึง 180 นาที เพื่อคว่ำทีมระดับลีก ทู นี้ได้ สะท้อนชัดเจนว่าการขาดมาเน่ ทิ้งปัญหาใหญ่ขนาดเท่าหลุมจากระเบิดปรมาณูพบร คล็อปป์ ทราบนานแล้วว่าเขาไม่มีผู้แทนมาเน่ แบบ like for like หรือมีสไตล์คล้ายกัน ไม่ถึงขั้นว่าจะต้องราวกับ มาเน่ทำให้เกมบุกของลิเวอร์พูล ภายใต้หมาก 4-3-3 จุดติดมาทั้งครึ่งฤดูแรก จากการเป็นตัวรุกริมเส้นที่ถ่างตัวประกบออกจากตำแหน่ง รวมทั้งเปิดช่องให้ตัวใส่อย่าง อดัม ลัลลาน่า หรือ เนธาเนียล ไคลน์ ทะลุขึ้นมากระทำการจะดูได้ว่าตั้งแต่มาเน่ไม่อยู่ ลิเวอร์พูลไม่สามารทำลายโซนรับคู่ต่อสู้ให้ฉีกให้ขาด หรือแตกออกมาได้เลยพร้อมๆกันเป็นฟอร์มของลัลลาน่า รวมทั้งไคลน์ พากันหายเข้ากลีบเมฆไปด้วยเมื่อกลางสัปดาห์กับนักบุญ คล็อปป์ยังซนยึดระบบนี้ แม้จะถอยลัลลาน่าลงมายืนในไลน์ของมิดฟิลด์ รวมทั้งขยับ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ไปแทนตำแหน่งของมาเน่ โดยมี แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เป็นกองหน้าตัวเป้า
แต่ว่าตลอด 45 ทุ่งนาตอนแรก เกมของลิเวอร์พูลยังมืดบอด ไม่มีวี่แววจะเอาชนะแนวรับของเซาธ์หมูแฮมป์ตัน ที่ไม่ได้ใช้คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักจากตอนต้นฤดู อย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ กับ โชเซ่ ฟอนเต้ ด้วย เพราะการแก้แบบหนึ่งมักทำให้เกิดปัญหาอีกอย่างหนึ่ง หลายๆจังหวะปรากฏว่าฟีร์มีโน่หุบมาทับไลน์เดียวกับสเตอร์ริดจ์ ส่วนการขึ้นเกมทางขวายังบอดอย่างเดิม มิหนำซ้ำแบ็กขวายังเป็นดาวรุ่งอย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ที่แม้เล่นก้าวหน้าระดับหนึ่ง แต่ว่าเขาควรแบกความคาดหมายในระดับไหน เป็นอีกกรณี
จนกระทั่งช่วงหลัง คล็อปป์ขยับตำแหน่งการยืนเป็น 4-4-2 ไดมอนด์ ฟีร์มีโน่กับสเตอร์ริดจ์เป็นคู่กองหน้า คูตินโญ่เป็นหัวเพชร ถึงสามารถสร้างช่องทางได้เยอะขึ้น รวมทั้งควรมองเห็นสกอร์ขั้นต่ำๆ1-2 ประตู
เป็นอีกทีต่อจากนัดหมายแพ้สวอนซีเมื่อสุดสัปดาห์ ที่คล็อปป์เลือกออกสตาร์ตด้วยแผน 4-3-3 รวมทั้งเมื่อไม่เป็นผลถึงค่อยคิดเปลี่ยน
กับสวอนซีจะต้องรอให้โดนสองเม็ด ค่อยกระตุกความตื่นตัว ส่วนเกมนี้ ลิเวอร์พูลไม่ได้เริ่มด้วยผล 0-0 ครับผม แต่ว่าตาม 0-1 จากนัดแรก แล้วเพราะเหตุใดถึงปล่อยให้ตนเองเหลือเวลาเพียง 45 นาทีสุดท้าย
2. เว้นแต่ความเคลื่อนไหวในสนามแข่งแล้ว สิ่งที่ยากกว่าเป็น คล็อปป์อาจจะต้องปรับวิธีทำงานนอกสนาม

อย่างที่เฟอร์กี้เคยพินิจพิจารณาในช่วงซัมเมอร์ ว่าจากการเล่าเรียนเกมนัดหมายชิงยูโรปา ลีก ระหว่างลิเวอร์พูล กับ เซบีคุณย่า เขามองเห็นนักฟุตบอลหงส์แดงเหี่ยวปลาย รีบไม่ขึ้นในช่วงหลัง
เหมือนกันกับ เรย์มงด์ แฟร์เฮเย่น ผู้ฝึกสอนด้านฟิตเนสที่ผ่านเวทีฟุตบอลโลกมาแล้วสามยุค กับฮอลแลนด์, ประเทศเกาหลีใต้ รวมทั้งรัสเซีย รวมทั้งเคยเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวให้ เคร็ก เบลลามี่ ได้แสดงความเห็นครึ่งหนึ่งทายในส.ค.ว่า สไตล์ทำทีมรวมทั้งการฝึกซ้อมที่เข้มข้นของคล็อปป์ จะทำให้ลิเวอร์พูลลำบากในช่วงครึ่งฤดูหลังนาทีนั้น เด็กหงส์บางบุคคลส่ายหน้าไม่เชื่อแต่ว่าหลังเกมกับเซาธ์หมูแฮมป์ตัน เจมี่ คาร์ราเกอร์ กล่าวว่าหนึ่งในปัญหาใหญ่ของหงส์แดง เป็นนักฟุตบอลดูล้า ขาไม่วิ่ง สปีดช้าลง รวมทั้งแพ้หลายครั้งขึ้นในการฉกฉวยบอลจังหวะสอง
เกมนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายๆนัดหมาย ที่มองเห็นนักฟุตบอลลิเวอร์พูลกลับมาใช้เกมเพรสซิ่งแบบเป็นหมู่คณะ ราวกับในตอนแรกที่คล็อปป์เข้ามาคุม รวมทั้งนับว่าบีบคั้นทีมเยี่ยมได้พอเหมาะพอควร
แต่ว่าก็ทำแบบมาๆหายๆเป็นระยะๆไม่ต่อเนื่อง ราวกับจะบีบได้แล้ว แต่ว่าสุดท้ายก็คลายออก ความฟิตของนักฟุตบอลจะต้องถูกตั้งข้อซักถามว่าคล็อปป์รีดมันออกมาจนกระทั่งหมดถัง ไม่เหลือสักหยดแล้วหรือ 3. ควรยอมรับเหอะว่าขุมกำลังชุดนี้ดีไม่พอจะประมือกับอีก 4-5 ทีมบนหัวตารางลิเวอร์พูลอาจมีทีม 11 ตัวจริงที่ดีไม่เป็นสองรองผู้ใดกัน แต่ว่าอย่างที่มองเห็นเมื่อเกมไปสู่ช่วงเข้าด้ายเข้าเข็ม รวมทั้งคล็อปป์แทบจะไม่ขยับเปลี่ยนตัว หรือใช้โควตาเปลี่ยนช้าเกินความจำเป็น แทนที่จะเปลี่ยนตั้งแต่ออกสตาร์ตช่วงหลัง มันย่อมสะท้อนในทางหนึ่งว่า คล็อปป์อาจไม่มั่นใจว่าตัวสำรองจะดำเนินงานได้ดีกว่าคนที่อยู่ในสนาม
การซื้อนักฟุตบอลใหม่ในช่วงเดือนมกราคม อาจไม่ใช่รสนิยมส่วนตัวของคล็อปป์ รวมทั้งเขาก็มีส่วนเหมาะสมว่ามันไม่ได้หาซื้อกันง่ายๆราวกับที่คนจำนวนไม่น้อยคิด ด้วยเหตุหลายสิ่งหลายอย่าง
แต่ว่าถึงอย่างงั้นก็ใช่ว่าของดีจะไม่มีให้สอยมาเสียเลย เอฟเวอร์ตันได้ มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน ไปเสริมดินแดนกลาง บางคราวเงื่อนไขบางข้อ ของดีราคาไม่แพงเกินความจำเป็นก็รออยู่ในตลาด
เวลาที่เหลืออีกไม่กี่วันก่อนตลาดวาย ยังเพียงพอทันให้คล็อปป์มองหาตัวเลือกใหม่ๆมาช่วยปั๊มหัวใจหงส์ที่เริ่มจะแผ่วเบาลง ดีกว่าปล่อยให้ตายไปซึ่งๆหน้า
4. ทำทุกสิ่งอย่างเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น นับวันรอที่จะได้ ซาดิโอ มาเน่ กลับมาช่วยทีมจากการไปทำศึกแอฟริกัน เนชั่นส์ คัพไม่ได้ประชดครับผม รวมทั้งผมอาจจะไม่ใช่แฟนหงส์ผู้เดียวที่รอเช็กผลของเซเนกัล ด้วยความบริสุทธิ์ใจต้องการให้ไม่เข้ารอบแต่ว่าไก่โห่เลยด้วย ความคาดหมายหรืออีกนัยเรียกว่าแช่ง พังยับเยินตั้งแต่ผ่านสองนัดแรก เพราะเซเนกัลปัดกวาด 6 แต้มเต็ม แถมมาเน่มีชื่อทำประตูได้ทั้งสองเกม
ผ่านเข้ารอบไปแบบสบายๆตระเตรียมเจอกับ "หมอผี" แคเมอรูน ในรอบก่อนรองฯ วันเสาร์นี้ ดูตามหน้าเสื่อ เซเนกัลเหนือชั้นกว่าอยู่ดี มีสิทธิ์อยู่ยาวผ่านถึงเดือนกุมภาพันธ์

มิดฟิลด์ตัวปะทะในฝัน

''ตอนนี้ ผมได้รับมอบหมายให้เล่นเกมรับมากยิ่งกว่าเดิม ผมจะต้องทำอะไรสักอย่างขณะที่ทีมแทงอล รวมทั้งแย่งมันคืนมาให้ได้ งานของผมเป็นการจัดการแดนกึ่งกลางให้นิ่ง ผมพร้อมปรับพฤติกรรมไปตามคำบัญชาของผู้เป็นนายจ้าง แต่ว่าผมก็สามารถเล่นเกมรุกได้แบบเดียวกัน'' นี่เป็นคำให้การของ อันเดร์ เอรร่า อันบ่งชี้ถึงหน้าที่รวมทั้งหน้าที่ของเขาในช่วงเวลานี้โน่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ
แถมเป็นมิดฟิลด์ตัวรับประเภทมือใหม่หัดทำลายเกมคู่แข่งอีกต่างหาก แต่ว่าสถิติในการล้มล้างกลับเหนือกว่าผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้อย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เสียอีกครับ ไม่ว่าจะเป็นการแย่งบอล การตัดบอล หรือการเข้าปะทะ
คิดรวมทั้งแปลกๆอยู่แบบเดียวกัน เพราะไม่มีวี่แววว่านักฟุตบอลวัย 27 ผู้นี้จะสถาปนาตัวเองเป็นมิดฟิลด์ตัวรับลำดับที่หนึ่งของพรีเมียร์ลีกก่อนจะขายวิญญาณให้ปีศาจแดง อันเดร์ เอรร่า ไม่ใช่ผู้เล่นที่มีชื่อเลื่องลืออะไรมากไม่น้อยเลยทีเดียว
ตอนเป็นหนึ่งในนายทัพของ แอตเลว่ากล่าวก ใบเสร็จรับเงินเบา ชุดที่บุกมากำราบ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในศึก ยูโรปา ลีก เมื่อฤดูกาล 2011-12 ก็แทบจะไม่มีใครรู้จักนักฟุตบอลผู้นี้สักเท่าไหร่ เพื่อนฝูงร่วมทีมของเขาเสียอีกอย่าง ฆาบี มาร์ว่ากล่าวเนซ หรือ อีเคร์ มูเนียอิน ที่อยู่ในความสนใจจากราษฎรมากยิ่งกว่าแม้กระนั้น เข้าใจว่า แมนฯ ยูไนเต็ด น่าจะแอบเฝ้าดูผู้เล่นคนนี้มาตั้งแต่ขณะนั้นแล้ว
ส.ค. 2013 ภายหลังจาก เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ถูกแทนที่ด้วย เดวิด มอยส์ ได้ไม่นานเดือน – แมนฯ ยูไนเต็ด ติดต่อขอซื้อนักฟุตบอลชาวบาสก์แต่กำเนิดผู้นี้พร้อมข้อเสนอ 24 ล้านปอนด์แอต.มาดริด ยักไหล่ใส่โดยพลันพลางพูดว่า…น้อยไป
มิถุนายน 2014 แมนฯ ยูไนเต็ด กลับไปที่ ใบเสร็จรับเงินเบา อีกครั้งพร้อมค่าชดเชยที่มากขึ้นเรื่อยๆ ต่อรองกันอยู่นาน ก่อนจะตกลงกันเหมาะราคาโดยประมาณ 29 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่ามิใช่เบาเลยทีเดียว
ยอมรับสารภาพตามจริงว่าตอนเลื้อยก้นมา แมนฯ ยูไนเต็ด ใหม่ๆผมไม่รู้จะนักฟุตบอลผู้นี้มาก่อน ไม่เคยดู ไม่เคยเห็น ไม่เคยพึงพอใจ สงสัยเป็นเพราะผมดูบอล ลา ลีกา ของ สเปน ปีละเพียงแค่ 2 นัดหมายหมายถึงเอล กราสิโก้ ที่บ้านของ บาร์ซ่า กับ เอล กราสิโก้ ที่บ้านของ มาดริด 555
เมื่อซักถามข้อมูลจากนักข่าวสายวัวกระทิงดุประจำศูนย์บัญชาการซอคเก้อร์ก็ได้การแบบเพียงพอสังเขบว่า อันเดร์ เอรร่า เล่นในตำแหน่ง "มิดฟิลด์ตัวกลาง" โดยจัดอยู่ในประเภท "บ๊อกซ์ ทู บ๊อกซ์" เป็นวิ่งขึ้น-วิ่งลง ไม่ชัดเจนว่าเป็นตัวรุกหรือตัวรับ ประมาณว่าคอยเชื่อมเกมด้วยความขยัน ทุ่มเท มีวินัย รวมทั้งใฝ่คุณงามความดี
ฤดูกาลแรกในชุดแต่งกายปีศาจแดง หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือคนใหม่ของ แมนฯ ยูไนเต็ด มานะปรับเปลี่ยนระบบการเล่นเปลี่ยนไปเรื่อยเริ่มต้นจาก 3-5-2 ก่อนเปลี่ยนมาเป็น 4-1-2-1-2 แบบไดมอนด์ ท้ายที่สุดมาลงตัวที่สูตร 4-1-4-1 ดาเล่ย์ บลินด์ แขวนเป็นมิดฟิลด์ตัวรับ โดยมี อันเดร์ เอรร่า กับ มารูยาน เฟลไลนี่ เป็นมิดฟิลด์ตัวรุกอยู่ข้างหลังศูนย์หน้า
ฤดูกาลแรก นักฟุตบอลผู้มีใบหน้าละม้ายคล้าย "พี่น้อย" แห่งวงพรู ลงเล่นทั้งหมด 31 นัดหมายในทุกรายการ ยิงได้ 8 ประตู ซึ่งถือว่ามากที่สุดในอาชีพค้าหน้าแข้งของเขาเลยทีเดียว ขณะที่ แมนฯW88ยูไนเต็ด กลับเข้าไปอยู่ในท็อปโฟร์ได้สำเร็จ
ฤดูกาลต่อมา (ก็ซีซั่นที่แล้วนั่นแหละ) ท่านคุณครูหลุยส์เหมือนถูกธาตุไฟเข้าแทรกกระทั่งประสาทแดร็กซ์ คิดมาก ฟุ้งซ่าน รวมทั้งปรัชญาขึ้นสมอง ว่าแล้วปรับระบบการเล่นอีกครั้งเป็น 4-2-3-1 โดยมานะจะวาง อันเดร์ เอรร่า เป็น "หน้าต่ำ" หรือ "ผู้เล่นเลข 10"ปรากฏว่าเผชิญความไม่เป็นผลสำเร็จอย่างแรงเพราะ "พี่น้อย" ไม่ใช่เพลย์เมคเก้อร์ตามเหตุผลอยู่แล้ว แน่ๆสไตล์การเล่นของเขาไม่เหมือน พอล สโคลส์ อย่างที่คนอีกจำนวนไม่น้อยมานะเอามาเปรียบเทียบ
เขาพลิกบอลไม่ได้ – ไม่มีความเร็ว ความสามารถเฉพาะบุคคลก็ไม่ได้สูงอะไรมากไม่น้อยเลยทีเดียว การตะบันยิงก็ไม่ถึงกับเฉียบคมรวมทั้งเด็ดขาดอะไร จุดเด่นอยู่ที่ความขยัน ทุ่มเท มีวินัย รวมทั้งใฝ่คุณงามความดี

ภายหลังจากไม่เวิร์ค หลุยส์ ฟาน กัล ก็มานะเปลี่ยนผู้เล่นในตำแหน่งหน้าต่ำของระบบ 4-2-3-1 ไปเรื่อยจนกว่าจะพบคนที่ใช่ ซึ่งจนแล้วจนรอดก็ไม่พบคนที่ใช่ ไม่ว่าจะเป็น อัดนาน ยานาไซ, เมมฟิส เดอปาย, เวย์น รูนี่ย์, ฆวน มาต้า, มารูยาน เฟลไลนี่ รวมทั้งเจสซี่ ลินการ์ด
ครั้นเมื่อจับ อันเดร์ เอรร่า ลงมาเป็น 1 ใน 2 มิดฟิลด์ตัวกลางของระบบ 4-2-3-1 มันก็ยังขัดๆเขินๆชอบกล แถมตัวหลักในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางฤดูกาลที่แล้วประกอบด้วย บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, ไมเคิ่ล คาร์ริค ก่อนจะขยับ เวย์น รูนี่ย์ ลงมารับหน้าที่นี้อีกคน
"หน้าต่ำ" ก็ไม่เหมาะสม 1 ใน 2 มิดฟิลด์ตัวกลางก็ไม่ใช่ ถ่างออกไปเล่นเป็นตัวริมเส้นยิ่งไม่ใช่ใหญ่ ดูเหมือนจะไม่มีตำแหน่งไหนเหมาะสมกับ อันเดร์ เอรร่า ในระบบ 4-2-3-1 ชูนอกจากจะเล่นเป็น 1 ใน 3 ของมิดฟิลด์ตัวกลางตามระบบ 4-3-3 นั่นแหละ
สถิติการทำแต้มในฤดูกาลต่อมาของดาวเตะค่าตอบแทน 29 ล้านปอนด์ผู้นี้ ต่ำลงเหลือ 5 ประตู จากการลงสู่สนามทั้งหมด 41 นัดหมายในทุกรายการ
กระทั่งการมาของ โชเซ่ มูรินโญ่ รวมทั้งผู้เล่นใหม่อีก 4 หน่วย เอริก ไบยี่, เฮนริค มคิทาร์ยาน, ปอล ป็อกบา รวมทั้งซลาตัน อิบราฮิโมวิช
"มูมู่" นิยมสูตร 4-2-3-1 กับ 4-3-3 ตามเหตุการณ์เฉพาะหน้า ซึ่งการมาของดาวเตะค่าตอบแทน 89 ล้านปอนด์ น่าจะส่งผลเสียต่อ อันเดร์ เอรร่า โดยตรง
ความเป็นดาวเตะค่าตอบแทนแพงที่สุดในเมืองมนุษย์รับรองตำแหน่งตัวจริงของ "คุณป๊อก" อัตโนมัติอยู่แล้ว ส่วนอีกตำแหน่งในแดนกึ่งกลางที่เหลือก็มีทั้ง มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน, ไมเคิ่ล คาร์ริค รวมทั้งบาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ เมื่อลองจัดผู้เล่นชุดที่ดีเยี่ยมที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนเปิดฤดูกาลนี้ ชื่อของ อันเดร์ เอรร่า น่าจะตกตรวจมันยังไม่ใช่แค่นี้
กว่า "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" จะค้นพบระบบการเล่น รวมทั้ง 11 ตำแหน่งที่เหมาะสมลงตัวที่สุด เวลาก็ผ่านไปเกือบจะครึ่งฤดูกาล ซึ่งผลปรากฏว่า อันเดร์ เอรร่า จัดเป็นผู้เล่นระดับเสาหลักตกมันทั้ง 2 ระบบในสูตร 4-3-3 เขาเป็น 1 ใน 3 มิดฟิลด์ตัวกลางร่วมกับ ปอล ป็อกบา รวมทั้ง ไมเคิ่ล คาร์ริค
สำหรับในสูตร 4-2-3-1 เขาเป็นใน 1 ใน 2 มิดฟิลด์ตัวกลางร่วมกับ ปอล ป็อกบา โดยคนที่หลุดจากตัวจริงในสูตรนี้เป็นคุณปลัดคาร์ริค
หน้าที่หน้าที่ในทั้ง 2 ระบบ เป็นบดบี้ทำลายเกมคู่แข่งให้สิ้นซาก ซึ่งพี่น้อยแกก็ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยมเยอะขึ้น
สังเกตได้เลยครับว่า…บอลอยู่ที่แหน่งใด อันเดร์ เอรร่า ก็อยู่ตรงนั้น ว่ารวมทั้งเลยปรับให้เป็นมิดฟิลด์ตัวรับอย่างเต็มตัวช่วยทำให้เพื่อนฝูงร่วมทีมอย่าง ปอล ป็อกบา ทำเกมรุกได้อย่างอิสระมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกันกับช่วยทำให้ผู้เล่นวัยชราอย่าง ไมเคิ่ล คาร์ริค ไม่ต้องออกแรงมากอีกต่างหาก เรียกว่าเป็นผู้ปิดทองหลังพระอย่างสมบูรณ์แบบ
ระยะแรกๆของการรับบทนี้ พวกเราจะมองเห็นได้ว่าเขายังเข้าบอลค่อนข้างเปิดเผยกระทั่งชอบเสียฟาวล์โดยไม่จำเป็นพอๆกับได้ใบเหลืองบ่อยๆ คล้ายๆพอล สโคลส์ เวลาเล่นเกมรับแต่ว่าหลังจากที่ลงเล่นในตำแหน่งนี้เยอะขึ้นท่านผู้ชมสามารถสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเป็นเข้าบอลเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่เสียฟาวล์รวมทั้งโดนใบเหลืองแบบทึ่มๆเหมือนเก่า
ว่ารวมทั้งจะต้องยกย่องยอดกุนซืออย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ที่เสกให้ผู้เล่นที่เหมือนจะไม่เข้ากับระบบการเล่นใดๆก็ตามของ แมนฯ ยูไนเต็ด กลายเป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่จำเป็นมากเฮียเครียดมึงแลเห็นจุดเด่นของสมาชิกชาวสเปนผู้นี้ว่าอยู่ที่ความขยัน ทุ่มเท วิ่งตามล่าพลางบดบี้ไม่มีหยุดบนความหน่วงหนักแบบถึงลูกถึงเมียก็เลยจับมาอาบน้ำแต่งตัวใหม่ให้เป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่มีความยอดเยี่ยมสมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อเกมรับจริงๆ

ภายหลังจากหมดยุคหมดสมัยของ ไบรอัน ร็อบสัน รวมทั้ง พอล อินซ์ ก็มี รอย คีน มารับช่วงหน้าในการเป็นมิดฟิลด์ตัวล้างผลาญของ แมนฯ ยูไนเต็ด
ตั้งแต่แมื่อ รอย คีน ขับไล่ตัวเองออกจากเครื่องนุ่งห่มปีศาจแดง ดูราวกับว่ามิดฟิลด์ตัวรับที่มีความหฤห่ามแบบนี้จะสิ้นพันธุ์ไปจาก โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
ดาวเตะจอมแทงทะลุดาร์กซ์อย่าง อลัน สไม่ธ ที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พยามปั้นให้เป็น "นิว คีโน่" ก็ไม่ใช่ เพราะชั่วร้ายอย่างเดียวแบบไม่มีกลเม็ดเด็ดพราย
ไมเคิ่ล คาร์ริค ก็จัดเป็นมิดฟิลด์ตัวรับที่ไปถึงเป้าหมาย แต่ว่าถ้าเอ๋ยถึงสไตล์การเล่นนั้นก็นุ่มนิ่มรวมทั้งตุ๋มติ๋มต่างจากลูกพี่คีโน่อย่างสิ้นเชิง

18 สกอร์ที่ลบไปของ หงส์แดง

แล้วสิ่งที่ชาวหงส์หวาดสะดุ้งก็ยังคงเกาะกัดความรู้สึก ทีมที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ''แชมเปี้ยน'' ในกรุ๊ปท็อปเซเว่นโดยไม่เคยแพ้เลย ก็ยังมักจำต้องตกอยู่ใต้เครื่องหมายคำถามว่าเพราะเหตุใดถึงรีบสปีดไม่ขึ้นประจำยามปะทะทีมกรุ๊ปข้างล่างของตาราง มันไม่ใช่หนแรก ครั้งสอง ครั้งสาม แต่ว่ามันหลายทีมากๆมีเสียงโห่เล็กๆถึง จอร์แดน ไอบ์ (What?) มีเสียงสดุดีถึง ดิว็อค โอริกี้ โดยพลันที่พุ่งชนจ่อๆให้ลิเวอร์พูลแซงนำ มีเสียงบ่นหนักแน่นถึงแท็กติกของ พบร คล็อปป์ อีกครา ซึ่งจัดได้ว่าเป็นเหตุผลสำคัญเลยที่ทำให้เกมจบด้วยการเสมอ โยนชัยชนะทิ้งที่แอนฟิลด์
''คูว่ากล่าวนโญ่เจ็บไข้ตอนพักครึ่ง ผมเลยจำต้องแปลงออก มันเป็นเรื่องที่จำต้องทำ'' ชายผู้สวมแว่นตาทรงกลมตอบปัญหา แต่กระนั้นก็ยังมีคนไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดจำต้อง โฌแอล มาว่ากล่าวป เพราะเหตุใดจำต้องปรับมาตึงเกมรับด้วยสามเซนเตอร์ฮาล์ฟ เพราะเหตุใดไม่ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ไม่ เบน วู้ดเบิร์น หรือ อัลเบร์โต้ โมเรโน่ นี่บอร์นมัธ ไม่ใช่บาร์เซโลน่า…
''โอเค ผมแค่เห็นว่าบอร์นมัธมีกองหน้าสองคนที่มีความเร็ว ช่วงเวลาที่ แดเนียล (สเตอร์ริดจ์) เพิ่งจะหายมาอาจจะยังไม่เหมาะสมกับเกมจำพวกนี้ ผมเลยเลือกแท็กติกแบบงั้น'' ฟังแล้ว กลายเป็นผลึกแบบเดียวกันมั้ย
1. การที่แปลงมาใช้หลังสามด้วยการถอดนักฟุตบอลที่ฝากความหวังได้มากสุดออกตั้งแต่นาที 65 ซึ่งเวลาที่เหลือขนาดนั้นอย่างไรก็นำเอาการเสี่ยงที่จะเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งยิ่งเมื่อตรึกตรองจากความแน่นแฟ้นของเกมรับลิเวอร์พูลที่ผ่านมา
2. ถ้าหากสเตอร์ริดจ์ไม่เหมาะสมกับ ''เกมอย่างงี้'' ก็ไม่สมควรใส่ชื่อเอาไว้ด้วยทุกสิ่ง เนื่องมาจากมันเหมือนทำข้อสอบแล้วคิดไม่ออกก็วงคาดเดาๆไป
3. ในขณะที่โดน 2-2 ถึงท้ายเกมแต่เวลาก็ยังพอคงเหลืออยู่รวมทดเจ็บก็อย่างน้อย 7 นาที เพราะเหตุใดขอรับ เขาถึงอาจจะนิ่งที่จะปรับแต่งสถานการณ์ มีสิ่งใดบันดาลใจให้เชื่อว่าผู้เล่นที่อยู่ในสนามจะสามารถพังทลายประตูลำดับที่สามได้
ซีซั่นนี้นอกเหนือจากโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดแล้ว สังเวียนของทีมท็อปเซเว่นก็ล้วนทำให้กองเชียร์บอร์นมัธเดินทางกลับบ้านที่ดินแดนใต้ด้วยความชอกช้ำระกำใจมาตลอด แพ้ 4-0 ที่เอว่ากล่าวฮัด, 3-1 ที่เอมิเรตส์, 3-0 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และ 6-3 ที่เราดิสัน พาร์ค โดยเหตุนี้แล้วด้วยประการทั้งปวง ลิเวอร์พูลควรจะเก็บสามแต้มให้ได้กับ ''เกมอย่างงี้'' การเจ็บของ ซาดิโอ มาเน่ มีผลกระทบแน่ๆฤดูนี้พวกเขาไม่เคยกำชัยได้เลยยามไร้สตาร์คนเก่งทีมชาติเซเนกัล (เสมอ 2 แพ้ 2) แต่กระนั้นด้วยทรงของเกมอย่างคืนวันพุธ ด้วยความที่ครึ่งหลังลงมาเร่งเครื่องจนกระทั่งบดออกนำไปเรียบร้อย ถ้าหากรักษาสกอร์มิได้ ก็จำต้องกระหน่ำเพิ่ม แต่สโมสรสีแดงที่เมอร์ซี่ย์ไซด์ทำมิได้สักอย่าง อีกอย่างหนึ่งข้อสันนิษฐานว่าทีมของคล็อปป์มักแพ้ทางพวกมาอุด แต่ว่านี่ไม่ใช่ บอร์นมัธภายใต้ผู้ฝึกสอนวัยรุ่น เอ็ดดี้ อาว มาแอนฟิลด์ด้วยการวางระบบ 4-4-2 มี โจชัว คิง กับ เบนิค อโฟเบ้ ยืนหัวหอก พวกเขาอุตสาหะเซตเกมรุกบนพื้นสู้ แม้อาจมีบ้างที่รอคอยคว้าความบกพร่องเข้าจู่โจมดั่งดังเช่นลูกแรกที่ทำได้ นี่ก็ไม่ใช่หนแรกที่เกิดอะไรอย่างงี้
วันเสมอซันเดอร์แลนด์ 2-2 ที่สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ก็ถูกทีเด็ด พบร์เมน เดโฟ นาที 84 ถัดมาเสียทีคารังต่อสวอนซี 2-3 ทั้งที่อุตสาห์ฮึดเหมือนกลับมาได้แล้วและแน่นอนที่เดอะ ค็อปอาจจะจำฝังใจก็คือเกมแรกที่เยือนบอร์นมัธต้นเดือนธันวาคม คำถามคือเพราะเหตุใดคุณถึงเก่งจังกับทีมใหญ่ แต่ว่ามักป้อแป้กับทีมเล็ก???? พวกเขาเอาชนะคู่แข่งกรุ๊ปท็อปเซเว่นได้ถึง 7 เกมจาก 12 แต่ว่าทราบมั้ยขอรับว่าสถิติกับการเผชิญหน้าพวก 8 ทีมข้างล่างของตารางลงไปเป็นอย่างไร 21 แต้มจาก 39 แต้มเต็ม หรือ 21 แต้มจาก 13 นัด ใช้สมองน้อยๆคำนวณเท่ากับว่ามีถึง ''18 คะแนนที่หายไป''ฤดูนี้แพ้มาหมดแล้วตั้งแต่เบิร์นลี่ย์, บอร์นมัธ, สวอนซี, ฮัลล์ จนถึงเลสเตอร์ สิตี้ ถ้าหากพอพบเชลซี, ท็อตแน่ม, แมนฯ ซิตี้, อาร์เซนอล, แมนฯ ยูไนเต็ด จนถึงเพื่อนข้างสวน เอฟเวอร์ตัน เกือบจะชูขันหมากอัญเชิญให้รีบมาพบเลยฟุตบอลมักมีอะไรแปลกๆเสมอ คล็อปป์ควรจะเขยื้อนสายตามองสเปอร์สซึ่งกำลังกดดันเชลซีไม่ลดละ การที่พวกเขาทุจริตความตายมาได้อย่างเมื่อวันพุธ ตอกย้ำว่าเพราะเหตุใดสองปีมานี้ถึงนำเอามาตรฐานวนเวียนบนหัวตาราง ต่อเข้าข้างซีซั่นก่อนอาจออกลูกสะดุดหัวคะมำก็ตาม พวกเขาแพ้ 3 เกมเท่านั้นให้กับลิเวอร์พูล, เชลซีและแมนฯ ยูไนเต็ดใช่ขอรับ เป็นเรื่องปกติที่ทำความเข้าใจกันได้ แต่เมื่อถึงแมตช์ที่จำต้องชนะก็ชนะ ขุนศึกตราไก่ของ เมาริสิโอ โปเช็ตว่ากล่าวโน่ กวาดไป 32 แต้มจาก 12 เกมยามพบกรุ๊ป 8 ทีมข้างล่างของตาราง โดยทำตกหายไปแค่ 4 แต้ม… ผมเคยเขียนไปก่อนแล้วว่าหากออกทรงนี้ สู้มีผลงานกลางก็ได้เมื่อพบทีมใหญ่ แล้วแบ่งอะดรีนาลีนพล่านไปใส่กับทีมที่เหลือ มิฉะนั้นก็จำต้องมานั่งปรับทุกข์กัน เพราะเหตุว่าทีมเล็กมีเยอะกว่า
จุดต่อมา ซีซั่นนี้พวกเขาเสียประตูจากเซตพีซไป 11 ลูกจากทั้งผอง 39 ? ซึ่งแม้แต่แมนฯ ซิตี้ที่โดนวิภาควิจารณ์เรื่องความอ่อนฮวบเกมรับ หรือว่าอาร์เซนอลก็ตาม ยังมีสถิติที่ดียิ่งกว่าด้านนี้ นี่ถือเป็นอีกสิ่งที่ใครก็ช่างมาเจอก็ชอบซักซ้อมลูกตั้งเตะมาคอยเล่นงาน เนื่องมาจากคล็อปป์นิยมให้ลูกทีมคุมโซนมากกว่าเกาะติดคน
ก่อนนี้มีการกางเปรียบผลงานของ เบรนดินแดน ร็อดพบร์ส กับคล็อปป์ ซึ่งก็แทบไม่ต่างอะไรกัน อย่างไรก็ดีก็มีคนชูใจความสำคัญว่าความสามารถของทีมวัดกันทุกข์ยากลำบาก เพราะเหตุว่ายุคก่อนมีบ่าสองข้างของ หลุยส์ ซัวเรซ ที่แบกภาระทุกสิ่งของทีม มาถึงยุคนี้แบ่งหน้าที่รับผิดชอบกระจายมากกว่ายังไงก็แล้วแต่ ลิเวอร์พูลเป็นสโมสรที่ผูกติดการบรรลุผลเสมอมา

พวกเขาอาจไม่เคยไปถึงโทรฟี้พรีเมียร์ลีก แต่ว่าก็ทำได้ใกล้เคียงมา 2-3 ทีตั้งแต่ยุค ราฟา เบนิเตซ มาถึงร็อดพบร์ส ซึ่งถือเป็นทีมที่มีการพรีเซนเทชั่นรูปแบบกระจ่างแจ้ง มีผู้เล่นที่เรียกได้ว่าเป็นตัวผู้แสดงนำชายระดับทวีป
คูว่ากล่าวนโญ่, ฟีร์มีโน่ และมาเน่ ไม่ใช่ไม่เก่ง แต่ว่าเชื่อว่าสาวกหงส์เองก็ย่อมประทับใจกับทีมที่มี เฟร์นานโด ตอร, สตีเว่น พบร์ราร์ด, ชาบี อลอนโซ่, ฮาเวียร์ มาสหนวดเคราโน่ เหมือนกันกับทีมที่นำโดยหัวหอกฟันเหยินลำดับที่เจ็ด
ซัมเมอร์นี้คล็อปป์ประกาศแล้วว่าซื้อแน่…ผมเอาคำถามเดียวกันนี้คุยกับเดอะ ค็อปก่อนเกมวันพุธ มีอยู่คนพูดน่าตกใจอย่างงี้ขอรับ ''ผมอยากเห็นทีมซื้อ 6 คน พวกเราจำต้องแปลงใหม่และมีผู้เล่นสำรองตอบแทน ผู้รักษาประตู เซนเตอร์ฮาล์ฟ แบ็กซ้าย กองกลาง ตัวขอบเส้น และกองหน้า''
ความน่าจะเป็นไปได้ที่จะเห็นผู้ฝึกสอนที่ลุ่มหลงเพลงเฮฟวี่ทุ่มชูแผง จ่ายหนักๆก็น่ารู้ว่ามีมากแค่ไหนกัน ถัดมาหากติดตามบทสัมภาษณ์ของเขาตลอดก็คงจะเดาหัวใจได้ไม่ยากว่าเขาเองก็พึงพอใจต่อทีมที่มีพอเหมาะ โดยเหตุนี้แล้วโอกาสที่จะซื้อกี่คน ใช้งบประมาณมากแค่ไหนก็อาจจะขึ้นกับว่าสุดท้ายจบอันดับมากแค่ไหนในตาราง
โปรแกรมที่เหลือจากนี้อีก 7 เกม : สโต๊ค, เวสต์บรอมวิช, พาเลซ, วัตฟอร์ด, เซาธ์แฮมป์ตัน, เวสต์แฮม และโบโร่
ถ้าหากเป็นคอนเต้หรือโปเช็ตว่ากล่าวโน่ก็อาจจะลูบคลำปาก ทว่านี่เป็น ''ของแสลง'' สำหรับลิเวอร์พูลศักราชนี้ แน่นอนก็ถือเป็นเจ็ดเกมที่จะตัดสินคดีผู้ฝึกสอนอย่างคล็อปป์เหตุว่า หลังจากได้คุมสุดกำลังผ่านมาหนึ่งฤดูควรจะให้เกรดที่มากแค่ไหนกัน 18 แต้มที่หายไป… จำต้องอุตริฝันน้ำลายเยิ้มว่าเก็บได้หมดเลย เอาแค่ครึ่งเดียวจากนั้น เพราะเหตุว่าหากทำได้เดี๋ยวนี้ลิเวอร์พูลจะอยู่ที่สองตามหลังผู้นำฝูงเชลซีเพียงแต่ 3 แต้ม

น้ามูเซงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดสังเวย มิคกี้,คาร์ริค เข้ารอบยุโรป้า 32 ทีม

จ่ามู กุนซือฝีปากกล้าของ ปีศาจแดง คาดว่าเขาจะหมดสิทธิ์ใช้งานเฮนริค มคิทาร์ยาน กับ ไมเคิล คาร์ริค ในเกมนัดชิงอีเอฟแอล คัพ กับ เซาแธมป์ตัน ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้โดยทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บในเกมเยือน แซงต์-เอเตียน ในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายเมื่อคืนที่ผ่านมา

 

เฮนริค มคิทาร์ยาน และ ไมเคิล คาร์ริค ได้รับบาดเจ็บทั้งคู่ระหว่างเกมการแข่งขันก่อนสุดท้ายจะโดนเปลี่ยนตัวออกไปในศึกยุโรป้า ลีกรอบ 32 ทีมสุดท้ายกับ แซงต์-เอเตียน ผลปรากฏว่า ผีบุกไปชนะด้วยคะแนน 1-0 ผลสกอร์ร่วม 4-0 ผ่านเข้ารอบต่อไป

 

''ผมไม่ได้ยืนยันนะ แต่ผมคิดว่าพวกเขาไม่น่าจะไหว''

แฟนแมนยู!เสี่ยหมู หายเจ็บกลับมาลงสนามซ้อมแล้ว

เวย์น รูนีย์ กัปตันของทีมแมนยู หายจากอาการบาดเจ็บลงฝึกซ้อมได้อีกครั้ง ก่อนจะบุกเยือน แซงต์ เอเตียนในศึกยูโรปา ลีก รอบ 32 ทีม นัดสอง

 มูรินโญ นายใหญ่ของทีมเผยก่อนหน้านี้ ว่าเขาไม่แน่ใจว่า หัวหอกวัย 31 ปี จะกลับมาฟิตทันนัดชิงชนะเลิศของถ้วยอีเอฟแอล คัพ หรือไม่ หลังจากที่นักเตะได้รับบาดเจ็บ ทำให้ไม่ได้ลงเล่นตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

นับเป็นข่าวดีอย่างยิ่งของแมนยู ที่ล่าสุด หัวหอก ทีมชาติอังกฤษ หายจากอาการบาดเจ็บสามารถลงซ้อมได้แล้ว ซึ่งอาจมีชื่อเป็นผู้เล่นในเกมยุโรปวันพฤหัสบดีนี้

น้ามู ให้กําลังใจรานิเอรี่หลังโดนจิ้งจอกปลด

 

จ่ามู กุนซือฝีปากกล้าของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมาให้กําลัง เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือของเลสเตอร์ ที่เพิ่งโดนปลดไป

เลสเตอร์ เพิ่งประกาศแยกทางเคลาดิโอ รานิเอรี่ออกจากการเป็นผู้จัดการทีมเมื่อคืนที่ผ่านมา

โดย  มูรินโญ่ ได้โพสต์ให้กําลังใจ รานิเอรี่ เมื่อทราบข่าวว่าเขาโดนปลด ''ไม่มีใครลบประวัติศาสตร์ที่นายเขียนขึ้นมาได้ แชมป์พรีเมียร์ และ ผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของฟีฟ่า''